3/11/53

กิจกรรมพื้นฐาน

ลองเอากิจกรรมหยาบๆ มาเล่าสู่ (ไม่ละเอียดในการเล่าสู่ แต่ไม่หยาบคายหรือหยาบนัยยะที่แฝงในนั้นเพื่อปลูกฝังลูกๆ นะ)  โดยที่เราเน้นให้เด็กได้ทักษะรอบด้านในชีวิตจริง  เพราะคนโตเป็นเด็กหญิงใกล้ชิดแม่ จึงได้รับหน้าที่อาสาเป็นมือขวาของแม่ดูแลน้องๆ ไปด้วยในระัดับที่เธอทำได้ อาจจะมีบางอย่างที่อยากทำแบบผู้ใหญ่ซะจริง เช่น อุ้มน้องแบบมือเดียว เหน็บเอวบ้าง (เคยเห็นแม่จำเป็นต้องทำอะไรสักอย่าง) ก็ต้องสอนไว้ก่อน ย้ำเตือนเงื่อนไขของการอุ้มน้องก่อนอุ้มจริง 

สำหรับคนรองวัยสามขวบ การให้พี่สาวดูแลไม่มีอะไรมาก เช่น เตือนหรือพาเข้าห้องน้ำ ไม่งั้นเล่นเพลินปล่อยกลางวงก็มี, ชวนทานข้าวหรือนมหรือน้ำ หรือเอามาเผื่อกัน, ชวนแปรงฟัน, แต่งตัวให้บ้าง แล้วแต่อารมณ์ของพี่ ปกติคนรองค่อนข้างติดพ่อ อ้อนบ้าง เค้าโตขึ้นมาหน่อยทำอะไรได้เองเยอะขึ้น ชอบเล่นกิจกรรมแมนๆ ก็ต้องย้ำให้เบาๆ กับพี่สาว น้องสาวและแม่ด้วย เคยเลี้ยงลูกสาวมาก่อน รู้สึกได้เลยว่าลูกชายและลูกสาวแตกต่างกันมาก อย่างการเล่น ความรู้สึกของเค้าในการจะเลือกเล่นอะไรจะประเภทแมนๆ โหดๆ หน่อย แต่ก็มีอุ้มน้องตุ๊กตาแบบพี่สาว (เอามาทำท่าอุ้มเหมือนน้องคนเล็ก คงจะฝึกไว้)


คนเล็ก 6 เดือนซึ่งคุณพี่ญีมใหญ่จะอุ้มจนถนัดอยู่แล้ว ก่อนหน้าที่จะให้อุ้มจริง ตอนนั้นน้องเพิ่ง 4-5 เดือน จึงให้เริ่มอุ้มเดินบ้าง ค่อยๆ ไต่ระดับความยากขึ้นมาจากนั่งอุ้มเฉยๆ มาสู่อุ้มยืนอย่าางเดียว แล้วก็อุ้มเดิน แต่ก็ต้องอยู่ในสายตาช่วงแรก และใกล้ผู้ใหญ่ก่อน จึงปล่อยให้อุ้มเอง ช่วยได้หลายงาน ตอนนี้พี่หัดป้อนข้่าว น้ำบ้าง ไม่ได้ทำสม่ำเสมอ แล้วแต่อยากช่วยไหม แต่เธอมักอาสาเสมอ ชอบอุ้มน้องซะจนแม่ต้องบอกว่้าน้องไม่ใช่ตุ๊กตา ตอนนี้เธอเริ่มอยากกล่อมน้องนอนเองซะแล้ว (กระซิบแม่ให้ปั๊มนมใส่ขวดไว้ หนูจะป้อนน้องแล้วกล่อมให้หลับเอง) ..ได้พี่เลี้ยงคนใหม่แล้วเรา

โม้นาน..เข้าสู่กิจกรรม แบ่งเป็น 2 หมวด

1) หมวดในบ้าน   2) หมวดนอกบ้าน

1) หมวดในบ้านได้แก่

- ทำอาหาร / ขนม อาจจะเป็นผู้ช่วยตระเตรียมผัก ล้าง ชั่งตวง วัด จาน ชามแล้วแต่ว่าจะทำอะไร แต่ขอให้ได้ช่วย ฝึกหลายอย่างทักษะชีวิตอย่างเป็นธรรมชาติ
- ปั้นแป้งโดว์ / ทำงานฝีมือ ประดิษฐ์ พับกระดาษ เพื่อหัดสมาธิและสร้างสรรค์ จินตนาการทำเป็นเรื่องราว ประวัติศาสตร์อิสลาม หรือเรื่องของบรรดาร่อซูล นบี เศาะหาบะฮก็ได้
- วาดรูป / งานศิลปะ ตั้งแต่ทำงานศิลปะนานาจนถึงหัดเขียนหนังสือ อะไรที่เลอะๆ
- ท่องจำอัลกุรอาน / ท่องกลอนอัคลาก
(เอามาจากหนังสือเด็กๆของนันท์นาถและรร.จริยธรรมอิสลามศึกษา )
- อ่านหนังสือ out door ที่ชิงช้า หรือสนามหญ้า
- ทำความสะอาดรอบบ้าน ไม่ว่าในบ้าน นอกบ้าน สนามที่จอดรถ ฯลฯ ให้เด็กทำอย่างสนุก กวาดใบไม้ รดน้ำต้นไม้ ให้อาหารปลาเก็บขยะ หรืองานบ้านเล็กน้อยอย่างหยิบจับอะไรก็ให้พวกเค้าได้มีส่วนร่วม เอาน่า แก้ว จานคงไ่ม่แตกหมดบ้านหรอก เค้าจะเรียนรู้ว่ามันต้องระวังมากน้อยแค่ไหน เป็นต้น

2) หมวดนอกบ้าน

- ไปบ้านหนังสือ >> ได้อ่านหนังสือ กลับมาก็มาทบทวนแล้วเขียน Mind Map  แม่เขียนให้ดู ใช้รูปบ้าง คำวลีบ้าง
- เยี่ยมญาติ มอบของฝาก >> รู้จักญาติพี่น้อง การให้ความสำคัญ รู้จักการให้ รู้จักขอดุอาอฺ มีความรู้สึกรักใคร่ห่วงใยกัน
- ซื้อของเข้าบ้าน >> ของจำเป็น ไม่จำเป็น ราคาสินค้าแพงกว่า ถูกกว่า ดูป้ายหะล้าล มีประโยชน์มาก-น้อย ซื้อตามใจหรือจำเป็นจริง
- ทำกิจกรรมนอกสถานที่พร้อมพ่อแม่ >> แล้วแต่ เช่น ประชุมกลุ่มทำงานอิสลาม หรือวะลีมะฮ หรือร่วมกิจกรรม ได้พบปะเพื่อนฝูงหลายรุ่น เล่นตามสบายกับเพื่อนมุสลิม พบปะญาติ พี่น้องในอิสลาม
- พาญาติไปธุระ >> เด็กจะรู้จักการช่วยเหลือเกื้อกูล การแบ่งเบาภาระ ถามไถ่สารทุกข์สุขดิบ เก็บข้อมูลเรื่องของแต่ละคน สถานที่ไป  กิจกรรมที่ทำ เวลาพูดถึงคนนั้นคนนี้ มักหยิบยกมาเล่าไม่ผิด ผู้ใหญ่ที่มักหลงลืม มันก็ฝึกความจำและได้สัมพันธ์กับญาติ







30/10/53

แผนคร่าวๆ ของบ้านเรียนเรา

หน้านี้ขอเล่าคร่าวๆ ก่อนถึงแผนการเรียนรู้ทั่วไปในการจัดการศึกษาให้ลูกๆ  ค่ะ

ปัจจุบันคนโต ลูกสาวอายุ 5 ขวบ 8 เดือน อายุห่างกับคนรอง(หนุ่มน้อย)วัย 3 ขวบพอสมควร
การจัดการให้ได้เรียนรู้ก็จะต่างกันบ้าง รายละเอียดคงขอยกยอดไปคุยทีหลัง
แต่มีบางกิจกรรมที่เป็นจุดร่วมเดียวกัน นั่นคือการผ่านการเล่นนั่นเอง
โดยที่การเรียนรู้พวกนี้ไม่จำเป็นต้องมีผู้ใหญ่ก็ได้
ยามที่พ่อแม่ติดภารกิจดูน้องวัย 6 เดือน ทำงานบ้าน ฯลฯ ก็สามารถปล่อยให้เด็กๆ อยู่กันเองได้สบาย
ทะเลาะบ้าง ลงมือกันบ้างก็ปล่อยให้พวกเขาจัดการก่อน หากไม่ใหญ่โตอะไรก็คลี่คลายด้วยดี
หากไม่ไหวก็ต้องมาคอยดู แนะนำ สอบถามเหตุผล ฟังทั้งสองฝ่าย ใครเริ่มก่อน ใครผิดถูก
ก็ว่ากันไป ต้่องมีกติกากันก่อน แต่การสอนอย่าเพียงรอให้เค้าทำผิดค่อยสอนนะ
ต้องทำอยู่ประจำอย่างสม่ำเสมอ

ต่อด้วยกิจกรรมการเล่นที่เราใช้ อาทิ การวิ่งเล่น ปั่นจักรยาน การเล่นอยู่บ้านอยู่เมือง
(บ้านสมมติที่เด็กทุกคนชอบ) การปั้นแป้งโดว์ (สิ่งที่นำมาเป็นอุปกรณ์ช่วยคือของใช้ในครัว)
การเลี้ยงน้อง(ตุ๊กตา) เล่นปืน (ยิงยิว) เกมแม่เหล็กในบล็อก เล่นตัวต่อ (จราจรและวิศวะกร)
ดูตัวอย่างวิธีการเล่นจราจรอัจฉริยะ ตอนนี้วิศวกรมีภาค 2 ตอน 1 ที่นำมาเล่าสู่ 
มิได้อยากให้พี่น้องต้องใช้จ่ายอะไรนัก นี่เป็นเพียงตัวอย่างเท่านั้น หรือ
ใครมีวิธีนำเสนอ ยินดีอย่างยิ่งหากสามารถแบ่งปันได้

แม้ปกติพ่อแม่ไม่ได้ทำงานนอกบ้าน แต่มีธุระปะปังตามรายทาง
ทั้งงานราษฎร์ งานหลวง อีกทั้งยังต้องปรับเรื่องเวลาและกิจกรรมในบ้านเสมอ
รู้สึกได้ว่าการทำบ้านเรียนด้วยตัวคนเดียวค่อนข้างลำบากนิดนึง
อาจไม่ได้ดั่งใจหมด ด้วยเด็กๆ มีทั้งเด็กเล็กและเด็กกำลังโต
ต้องอาศัยความยึดหยุ่นสูงทีเดียว

อินชาอัลลอฮฺ  ถ้ามีผู้ช่วย (เหมือนครูพี่เลี้ยง) มาเรียนรู้ร่วมกับเด็กๆ คอยแนะนำ
ชี้แนะให้พวกเขารู้จักคิด ใฝ่รู้ก็จะดีไม่น้อย แต่ตอนนี้อัลลอฮฺยังไม่ประสงค์
รอไปก่อน เราจะได้ซึมซับรสชาดของการไม่ได้ดั่งใจและต้องสรรหาวิธีจัดการให้ได้ดีกว่านี้
อินชาอัลลอฮฺ

การเรียนรู้วัยอนุบาลไม่ได้มุ่งหวังให้เค้าท่องจำอะไรต่ออะไรได้มากมาย หรืออ่านออกเขียนได้คล่อง
แล้วทิ้งเรื่องคุณธรรม จริยธรรมอิสลามไว้ข้างหลัง แต่พยายามเน้นเรื่องอิสลาม กริยา มารยาท
ความคิดอ่าน ความมีเหตุผล การอ่าน-ท่องจำอัลกุรอาน ทุกอย่างเกี่ยวข้องกับอิสลามทั้งสิ้น

ตัวอย่างภาพบางส่วนกับกิจกรรมที่ทำในบ้านเรียน

ปั้นแป้งเป็นตัวแมลงเอามาทำเป็นเรื่องราวน่าสนุก
บ้านหนังสือของกทม.ที่มาตั้ง ไม่ไกลจากบ้าน เด็กๆ ชอบนัก

16/10/53

ทริปสนุกไปเที่ยวสวนรถไฟมา (10 ต.ค. 53)

อัสลามมุอลัยกุมวะเราะฮฺมะตุลลอฮฺ วะบาร่อกาตุ.....พี่น้องทุกท่านคะ

ผ่านไปแล้วสำหรับทริปสนุกเที่ยวสวนรถไฟ ขอชุโกรต่ออัลลอฮฺที่พระองค์ทรงประทานความช่วยเหลืออย่างมากมาย ทั้งความง่ายดายในเรื่องต่างๆ อากาศที่แจ่มใสแสนสบาย อาหารการกิน และอิ่นๆอีกมากมายนับไม่ถ้วนจริงๆ......ไปถึงตั้งแต่ยังไม่แปดโมง เข้าผิดประตูก็เลยเดินไกลไปหน่อย แฮะๆ บวกกับพี่ ร.ป.ภ. ที่ดูจะสนใจและจ้องจับผิดจากการแต่งกายของเราเป็นพิเศษ "เบิ่งแหน่ๆ ซุดดำๆ เบิ่งแหน่ๆ"  ไม่เป็นไรพวกเราไปบ่อยๆเขาก็ชินไปเองแหละ แล้วแต่ละครอบครัวก็ค่อยๆทยอยกันมาพร้อมอาหาร ตอนแรกคิดว่าน่าจะอยู่ได้แค่แป๊บเดียวเพราะแดดคงร้อน ปรากฏว่าอยู่ถึงเที่ยงเลย(นั่นคงเป็นเพราะบรรดาอุมมุคุยกันเพลินมากกว่า) อัลฮัมดุมมิลลาฮฺทำเลที่เราปูเสื่อเป็นที่ๆคนไม่ค่อยเยอะ โล่งๆ กว้างๆ มีชื่อเรียกเองอย่างไม่เป็นทางการว่า behind the hill อุมมุค็อบบ๊าบบอกว่า ไม่รู้ตรงนี้เขาเรียกว่าอะไร เอาเป็นว่าให้สังเกตุรูปปั้นเด็กเดินบนตะเกียบยักษ์แล้วกัน...


นอกจากอุมมุทั้งหลายจะได้แลกเปลี่ยนกันเรื่องลูกๆ home school แล้วยังได้เติมให้กันซึ่งอีหม่าน ความอดทนในการเลี้ยงลูก และกำลังใจในการทำหน้าที่อุมมีดีเด่นของเด็กๆอีกด้วย ส่วนบรรดาอบีของเด็กๆก็ได้ออกกำลังกายไปในตัวด้วยการขี่จักรยานและดูแลลูกๆที่เคลื่อนที่ได้....จำไม่ได้ชัดเจนเป็นตัวเลขว่ามีเด็กทั้งหมดกี่คนน่าจะประมาณ 10 กว่าคนนะ แต่ขอแบ่งเป็น 3 โหมด และสิ่งที่สามารถทำได้ ดังนี้คะ

1. เด็กที่สามารถเคลื่อนที่ได้
    - ขี่จักรยานคันเล็ก ใหญ่ เดิน วิ่ง กระโดด เล่น เตะฟุตบอล ไปดูนู่นดูนี่ได้ตามใจ

2. เด็กที่กึ่งสามารถเคลื่อนที่ได้
    - นั่ง หงายหลัง นั่ง หงายหลัง กิน นอน ขับถ่าย คืบ  นั่ง แล้วก็ หงายหลังอีกครั้งหนึ่ง

3.เด็กที่ไม่สามารถเคลื่อนที่ได้
    - นอนคว่ำ นอนหงาย นอนตะแคง(ซ้าย ขวา) ยกแขน ยกขา กินนมอุมมี ร้องแงๆ ขับถ่าย (ถึงจะไม่ได้เคลื่อนที่แต่ก็ได้รับลมแล้วก็ดูวิวๆสวยๆด้วยนะ) เด็กๆทีกล่าวถึงนี้มี 3 คน เรียงตามลำดับอายุ
       3.1 เด็กหญิง อันฮ๊าร พึ่งบุญลือ อายุ 1 เดือน 10 วัน(โดยประมาณ)
       3.2 เด็กชาย ฮูด  วงศ์เสงี่ยม อายุ 1 เดือน  3 วัน
       3.3 เด็กหญิง ตักวา อิสลาม   อายุ 19 วัน


ถ้าให้เล่าอีกคงจะยาวน่าดู เอาเป็นว่าตามไปดูที่นี่ละกัน สำหรับคนที่พลาดทริปนี้ไม่ต้องเสียใจ ไปด้วยกันคราวหน้านะ อินชาอัลลอฮฺ
สำหรับใครที่ยังไม่มีตัวเล็กก็อยากให้ไปด้วยกันคะ ไปแลกเปลี่ยนพูดคุย ไปฮันนีมูน ไปออกกำลังกาย อะไรก็ได้แล้วแต่จะเหนียต(แต่อยากให้ท่านไปด้วยจิงๆ)
สำหรับพี่น้องที่อยู่ไกลตาแต่ใกล้ใจ ไม่ว่าจะเป็น ลพบุรี กระบี่ ภูเก็ต ยะลา ปัตตานี ถึงจะมาไม่ได้ก็ไม่เป็นไรดูบรรนยากาศเรียกน้ำย่อยไปก่อนละกัน อิอิ


ขอบคุณ อุมมุเอาลาด ผู้นำขบวบรถไฟขบวนนี้
ขอบคุณ อุมมุนาซีบะฮฺสำหรับขนมปังขาไก่


ตกหล่นใครไปหรือเปล่า?  ขอมะอัฟในความหลงลืมด้วยนะคะ

อินชาอัลลอฮฺอยากไปอีกจังเลย
อุมมุนุฮฺวะฮูด(ฮุสนา)

14/10/53

ดื้อจัง!




เชื่อว่าคุณแม่หรือคุณพ่อทุกคนคงเคยเอ่ยคำนี้ อย่างน้อยที่สุดก็แว้ปในใจของคุณๆ บ้าง  น่าสงสัยไหมคะ คำว่า “ดื้อ” ของคุณพ่อคุณแม่แต่ละคนนั้นมีขอบเขตแค่ไหน  ผู้เขียนแอบสงสัยเมื่อได้ยินผู้ใหญ่บ่นว่าเด็กดื้อ แล้ว อะไรหรือใครคือบรรทัดฐานล่ะ?

โดยธรรมชาติเด็กมีพฤติกรรมซุกซนหรือเรียกว่าอยากรู้อยากเห็น สองคำนี้ให้ความรู้สึกที่แตกต่างกันสิ้นเชิง ซน มักถูกนำมาใช้เมื่อเด็กมีพฤติกรรมแง่ลบ เล่นสนุกมากไป อยู่ไม่นิ่งจนเกิดเรื่อง อยากรู้อยากเห็น ถูกใช้ไปในเชิงบวก เด็กทุกคนมีความอยากรู้อยากเห็นเป็นทุนเดิมแตกต่างกันตามวัย  อยากรู้ลองโน่นนิดนี่หน่อยด้วยตนเองซึ่งเกิดจากแรงผลักภายในออกมาเป็นการพฤติกรรมที่กระตือรือร้นในการใฝ่รู้ แม้คนรอบข้างอาจจะสนุกหรือไม่ก็ตาม  
การสร้างเด็กด้วยวินัยเชิงบวกแม้ไม่ใช่เรื่องใหม่แต่เป็นเรื่องที่ดีสำหรับมุสลิม การคิดบวกมองบวกเป็นเรื่องที่ศาสนาส่งเสริม ทำให้เราเป็นคนสุขุม ใจเย็น รู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเราเอื้ออาทร ผู้เขียนจึงอยากนำมาชิมลาง (ด้วยเนื้อที่จำกัด) เผื่อผู้อ่านจะนำไปปรับใช้รับมือสมาชิกน้อยๆ รอบบ้านกันค่ะ การสร้างวินัยที่ว่านี้จะเลี่ยงการใช้คำพูดแง่ลบ ลืมเรื่องดุด่าว่ากล่าวกันได้เลย ไม่มีการลงโทษทั้งร่างกายและจิตใจต่อเด็ก ข้อดีของการฝึกวินัยเชิงบวก คือการตอบสนองความต้องการทางอารมณ์ สังคมของเด็ก และการจัดการกับพฤติกรรมของเด็กด้วยกลวิธีที่เน้นให้เด็กเข้าใจตนเอง เรียนรู้และเข้าใจสิ่งที่ตนเองทำนั้น เกิดผลเสียอะไร ส่งผลกระทบอย่างไร แล้วหาทางแก้ไขอย่างสมเหตุผล เป็นการสร้างแรงกระตุ้นภายในให้เด็กปรับปรุงพฤติกรรมตนเองในระยะยาวมากกว่าที่ผู้ปกครองจะใช้อำนาจสั่งให้ทำซึ่งก็ทำแค่เฉพาะหน้า เราไม่อาจตามไปสอนตลอดชีวิต พาลจะเสียพลังงานร่างกาย จิตใจ ความรู้สึกและเวลาที่สูญไปกับการจัดการไม่ถูกวิธี ทำให้เสียความรู้สึกทั้งครอบครัว  เหนื่อยทั้งวันนี้และอนาคต 
จริงอยู่...เป็นเรื่องยากค่ะ ที่ผู้ปกครองจะพูดกับลูกอย่างใจเย็นเมื่อเห็นพฤติกรรมไม่เหมาะสม  เรื่องแบบนี้ต้องฝึกหัดกันแล้วล่ะ ลองคิดว่าถ้าเราเป็นเด็กที่ทำผิดด้วยความไม่รู้ เราจะรู้สึกอย่างไร เมื่อถูกตีด้วยอารมณ์ ดุไม่มีเหตุผล พาลจะเป็นเด็กขี้กลัวเสียอีก หรือเด็กอาจจะรู้ว่าไม่ควรทำแต่ว่าต่อต้านผู้ใหญ่ก็เลยทำในสิ่งที่ผู้ใหญ่ห้าม ของแบบนี้ต้องกลับมามองที่ผู้ใหญ่ตัวโตแล้วล่ะคะ เข้าใจวัยของเด็กมากน้อยแค่ไหน แล้วจัดการพฤติกรรมเหล่านี้อย่างไร คงต้องย้อนถามตนเองบ่อยๆ ไม่ฝึกแก้ไขตอนนี้จะรอเมื่อไหร่ 
ผู้เขียนเคยใช้คำว่า “ดื้อ” กับลูกวัย 4-5 ขวบ และบอกด้วยว่า “ดื้อคือการไม่เชื่อฟังอย่างไม่มีเหตุผลหรือเหตุผลไม่มีน้ำหนักพอ” เช่น ใช้ในกรณีที่เขาไม่เชื่อฟังอัลลอฮฺ ไม่ละหมาด พร้อมอธิบายข้อดีข้อเสียของการไม่ละหมาด (พื้นฐานลูกเข้าใจเรื่องนรกสวรรค์ จึงอยากขึ้นสวรรค์)   ประเดี๋ยวเดียวลูกก็ละหมาดโดยพร้อมใจไม่ต้องทะเลาะให้เหนื่อย แค่อธิบายเสริม จะละหมาดช้าหน่อย ละหมาดเองก็ผ่อนปรนได้  หรือ กรณีเมื่อลูกอารมณ์ไม่ดีก็ควรแยกลูกออกมาก่อน อาจจะโอบกอดให้เขารับรู้ว่าอารมณ์เขาเป็นแบบนี้ชัยฏอนกำลังเป่าหู  “ลูกค่ะ ลูกรัก เรามากล่าวขอความคุ้มครองจากอัลลอฮฺ ผู้สร้างเรากันดีกว่า ตอนนี้ลูกกำลังถูกมันรังควานนะ เราไปอาบน้ำละหมาดกัน” หรือให้นั่งแยกตัวเงียบๆ ก่อน หากเด็กยังอาบน้ำละหมาดไม่เป็น อาจบอกว่า  “ลูกจ๋า ลูกเด็กดีของอัลลอฮฺ เมื่อพร้อมแล้วให้มาคุยกับแม่ได้ แม่รออยู่ตรงนี้นะจ๊ะ”  บอกให้ชัดเจนด้วยว่าพร้อมคืออะไร เช่น เมื่อลูกหยุดร้องไห้ เป็นต้น 

ตัวอย่างเล็กน้อยที่นำมาเล่าสู่ค่ะ การอบรมเลี้ยงดูเด็กเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ยากบ้างง่ายบ้างก็สามารถฝึกฝน เรียนรู้กันไปพร้อมกัน พ่อแม่ที่มีลูกมื่อเก่าหลายคนยังต้องเรียนรู้ลับคมกันตลอด เด็กแต่ละคนมีอุปนิสัยเฉพาะตัว เด็กๆ เขาฉลาด ไม่เพียงแต่ทำตามคำอบรมสั่งสอนเท่านั้นแต่ยังจดจำพฤติกรรมจากผู้ปกครองมากกว่า หากปากสอนแต่พ่อแม่ไม่ทำ..ยังไง๊ ยังไงก็ไม่ได้ผล เด็กก็ไม่มีพฤติกรรมเชิงบวก  อย่างลักษณะนิสัยที่ซึมซับจากผู้ปกครองโดยไม่รู้ตัว เช่น วิธีการรับมือกับปัญหา การมองโลก กริยามารยาท ความสุภาพ ความมีน้ำใจช่วยเหลือ เป็นต้น ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่พ่อแม่ต้องเอาใส่ใจอย่างพิถีพิถัน อยากให้ลูกดีแบบไหน พ่อแม่ก็ต้องดียิ่งกว่า 
เรื่องที่พลาดไม่ได้คือ การวิงวอนขอความช่วยเหลือจากผู้สร้างนั้นคือหนทางที่ดีที่สุดในการปรับแก้ทุกปัญหา แม้สถานะของการเป็นพ่อแม่ไม่ได้ติดตัวเรามาตั้งแต่เกิด แต่ทุกคนก็น่าจะมีสัญชาตญาณของความเป็นพ่อแม่ที่รักและปรารถนาดีต่อลูก จริงไหมคะ!

บ้านนี้หลังเราะมะฎอน

บ้านนี้มีอะไรจะเล่ามากมาย แต่ด้วยภารกิจประจำวัน (ยัง)ไม่สามารถมาสะสางและจัดการกับบ้านใหม่นี้ได้ทันใจ

ในใจก็ยังคิดถึงการเล่าสู่กันอ่านในเรื่องการดูแลเจ้าตัวเล็กทั้งหลาย

ไม่รู้พี่น้องจะอยากมาเล่ากลเม็ดของตนเองในการอบรมกล่อมเกลาสมุนน้อยๆบ้างไหม อย่างไรซะ


ขอเชิญแวะมาเสวนากันบ้างก็ดีนะ

เล่าสั้นๆ แบบสรุปคร่าวก่อนจะลืม หลังเราะมะฎอน เจ้าสมาชิก 2 คนที่รู้เรื่องเยอะหน่อย วัย 5 ขวบครึ่ง คนโตและ 3 ขวบ

ประเมินความเปลี่ยนแปลงของเด็กวัย 5 ขวบ ดังนี้ (หลังเราะมะฎอน 1 เดือนกว่า)



ด้านกายภาพ 
เราะมะฎอน  -- ผอมลงนิดหน่อย แต่แรงยังเยอะเหมือนเดิม
หลังเราะมะฎอน   -- เดี๋ยวก็ค่อยๆ นน.ขึ้นเองแหละ เริ่มมีเนื้อหนังบ้างเล็กน้อย

ด้านจิตใจ
เราะมะฎอน   -- กินน้อย ดื่มน้อย แรงน้อยไม่จริงเท่าไหร่ power of heart ยังมาก
สื่อสารด้วยเหตุผลเธอจะเข้าใจดี แม่พูดเสร็จ ปล่อยสักพักจะคิดได้เอง

หลังเราะมะฎอน  -- เหมือนข้างบน เวลาจะเตือนอะไรลูก ในสิ่งที่ลูกอาจลืมหรือคิดยังไม่รอบคอบ
ก็จะย้ำให้นึกถึงตอนเราะมะฎอน คำพูดประจำ "อดข้าวทีว่ายากๆ ยังทำได้เลยจริงไหม เด็กดีของอัลลอฮฺ"
คำพูดที่มักกระตุ้นด้านบวก เช่น เด็กดีของอัลลอฮฺ  ใครน๊า..จะได้ขึ้นสวรรค์ ชื่อใครนะแปลว่า..(ชื่อคนโตแปลว่าสวนสวรรค์) ก็คงได้ขึ้นสวรรค์มั้ง ทำนองนี้...

ด้านอิบาดะฮฺ
 เราะมะฎอน  --  เดิมทีละหมาดก็ทำเกือบครบ ชอบละหมาดพร้อมพ่อแม่
หากจะละหมาดคนเดียวก็จะแอบที่เงียบๆ  อ่านอัลกุรอานในละหมาดได้
แต่ดุอาอฺได้นิดหน่อย ยังไม่มีสมาธิจะให้สอน อาศัยฟังจากพ่อแม่และ
เสียงอ่านจากเครื่องอ่านกุรอานของเด็ก ตอนละหมาด แม่จะอ่านให้บ้างถ้าเวลาและน้องๆ เอื้อ
หรือถ้าลูกอ่านเสียงดังก็จะช่วยเสริมหากผิด หรือลืม

ส่วนการถือศีลอดได้หลายวันมาก ขยันละหมาดดี บอกให้ปลุกกิยามุลลัยยฺด้วย ปลุกสะฮูรด้วย
วันไหนไม่ทำตาม มีงอน บ่น  ด้วยบรรยากาศรายล้อมพ่อแม่ทำ
กลางคืนหลายเป็นเปิดไฟเกือบทั้งบ้านและ ได้ยินเสียงจากหลายแหล่งกำเนิด เลยนอนยาวไม่ค่อยได้
หากไม่ปลุกก็ลุกเอง  ตื่นมาจะสดชื่น ท้ายๆของเดือนต้องอุ้มบ่อยขึ้น ทานสะฮูรน้อยลง แต่ก็อยากทำทุกวัน
พอหลังศุบฮิสักพักก็จะหลับยาวๆ สายๆ ถึงจะตื่น 9.30-11 โมงบ้าง แล้วแต่
ส่วนพ่อแม่ก็ต้องลุกเร็วเพราะคนที่ 2 และ 3เรียกหา หมดสิทธิ์นอน(รอไปนอนยาวเมื่อ
 หมดลม)

หลังเราะมะฎอน  -- การทำอิบาดะฮฺอย่างการก็ดีขึ้นเล็กน้อยแต่ยังไม่สม่ำเสมอเท่าที่ควร
สมาธิยังต้องค่อยๆ ฝึก เน้นย้ำเสมอ แต่ก็ถือว่าแม่พอใจ ลูกรู้จักรับผิดชอบขึ้นระดับ1
ต้องบอกบ้าง กันลืมว่าได้เวลาแล้ว หากแม่ต้องดูน้องไม่สะดวกละหมาดพร้อม
ก็บอกให้ละหมาดเองก่อนเลย ก็มักไปทำในจุดเงียบๆ ที่ชอบ ละหมาดซุนนะฮฺ
ยังไม่ค่อยชอบทำ เพราะห่วงเล่น สิ่งที่ย้ำก่อนละหม่าดคือให้รู้จักวางแผนว่าจะอ่านอะไรในละหมาด
ค่อยๆ  ทำไม่ต้องรีบ ไม่ต้องห่วงเล่น รอหลังละหมาดเล่นพร้อมกัน  อัลลอฮฺ มองเห็นเราอยู่ตลอดเวลานะ

ในเรื่องสมาธิ ต้องพยายามให้มากขึ้นในการจูงใจ ให้มีสมาธิ สงบขึ้น ตัดแวดล้อมที่ทำให้เสียขบวน

เช่น ละหมาดใกล้น้องๆ ละหมาดตอนหิว หรือตอนห่วงดูแลน้องเล็ก เป็นต้น

เด็กๆ ชอบฟังเรื่องความประเสริฐของอิบาดะฮฺต่างๆ น่าจะสลับไปวันละอย่างสองอย่าง นอกจากเด็กจะได้ความรู้ พอ่แม่ก็ได้ทบทวน แถมยังได้บุญ อินชาอัลลอฮฺ ที่เราพยายามปลูกฝังอิสลามแก่พวกเขา

ในช่วงเราะมะฎอน นอกจากเด็กจะฝึกถือศีลอดแล้วยังมีโอกาสพูดคุซึ่งมีเรื่องราวน่าจดจำ ประทับใจพวกเขาอยู่ สิ่งที่ไม่ลืมคือชวนคุย หรือทำอะไรก็ได้ที่ให้เค้ารำลึกถึงสิ่งที่เค้าได้ทำในเราะมะฎอน เค้าจะมีกำลังใจ  แต่อย่าลืมใส่ความคิดที่ว่า  "อืม..เค้าทำได้เพราะอัลลอฮฺช่วยต่างหาก ไม่ใช่เค้าทำเองได้เองคนเเดียว"
เด็กๆ ได้เข้าใจในประวัติอิสลามมากขึ้นทีละเล็กๆน้อยๆ แค่ทำอย่างสม่ำเสมอ จริงจังหน่อย

สมาชิกวัย 5 ขวบจะรับรู้และจดจำอะไรได้มากกว่า ส่วนวัย 3 ขวบก็จดจำได้ดี ตั้งใจฟัง ซักถามมาก ยังขี้สงสัยมาก การเล่าเรื่องก็จะขัดจังหวะ อาศัยอธิบายง่ายๆ ให้เข้าใจ แล้วให้ลองฟังต่อไปก่อน ประมาณนี้

ลองย้อนถามเด็กๆ กลับบ้างก้อนจะเล่าเรื่องตอนใหม่ หรือเรื่องใหม่ เป้นการทบทวนไปในตัว จะได้ฝึกสมองให้จดจำได้ดีขึ้น

วันนี้แค่นี้ก่อน เพราะชักจะลืมไปเยอะแล้ว แม่ก็คงต้องฝึกความจำด้วยอัลกุรอานด้วยเป็น tool อย่างดีเลย

สู้ๆ แม้จะเหนื่อยวันนี้ อินชาอัลลอฮฺ โลกหน้าจะได้สบาย