แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ คัดลอกน่าอ่าน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ คัดลอกน่าอ่าน แสดงบทความทั้งหมด

4/11/53

5 สิ่งที่พึงมี คุณเป็นพ่อแม่ที่ใช้มัน..หรือเสียมันไป

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 3 พฤศจิกายน 2553 05:53 น.

       การบ่มเพาะต้นไม้ให้ เจริญเติบโตต้องเริ่มดูแลตั้งแต่ยังเป็นเมล็ดพันธุ์น้อย ๆ เช่นกันกับการบ่มเพาะศักยภาพการเรียนรู้ตามธรรมชาติของลูกวัยซน คุณพ่อคุณแม่ต้องสำรวจศักยภาพของตนเองในการถ่ายทอดการเรียนรู้ให้เจ้าตัว เล็กด้วย วันนี้ทีมงาน Life and Family มีข้อมูลดี ๆ มาลองให้เช็กกันดูว่า คุณเป็นพ่อแม่ยุคใหม่ที่กำลังใช้มัน..หรือสูญเสียมันไป
      
       Checklist 1 Present
    
       "คุณเคยนำเสนอกิจกรรมชวนสนุก หรือประสบการณ์แปลกใหม่ให้ลูกหรือไม่"
      
       บ่อยครั้งเราพบว่า เด็กพลาดโอกาสที่จะพัฒนาศักยภาพอันโดดเด่นในช่วงวัยเรียนรู้ไปอย่างน่า เสียดาย เหตุเพราะคุณพ่อคุณแม่เผลอมองข้ามความน่าสนใจของลูกไป จึงเป็นภารกิจสำคัญที่คุณต้องพูดคุยกับลูกว่า เขากำลังสนใจเรื่องใด และสรรหาแหล่งเรียนรู้ หรือร่วมเล่นเกมลงมือทำกิจกรรมนั้น ๆ เช่น สถาปนิกจิ๋ว จิตรกรน้อย นักเขียน นักเล่านิทาน เป็นต้น
      
       Checklist 2 Prepare
      
       "คุณจัดเตรียมบรรยากาศ สถานที่ และวัสดุอุปกรณ์ที่เอื้อต่อการพัฒนาการเรียนรู้ของลูกหรือไม่"
      
       ข้าวของอุปกรณ์ไม่ต้องใหม่เอี่ยม สถานที่เล่น และเรียนรู้ไม่จำเป็นต้องหรูหรา อาจเป็นแค่มุมเล่น และเรียนรู้ประจำบ้าน คอยดูแลให้อัดแน่นด้วยนิทาน การ์ตูนความรู้ สื่อของเล่นเป็นประโยชน์อย่างบล็อกไม้ หรือข้าวของที่ลูกใช้งานประจำ เช่น แว่นขยายของเจ้าหนูนักสำรวจ กระดาษสี พู่กัน กาว กรรไกร พร้อมสร้างสรรค์งานศิลป์ เท่านี้ศักยภาพของลูกก็พร้อมแสดงผลแล้ว (สิ่งของรีไซเคิลเป็นวัสดุชั้นดี ประหยัด ทำให้เด็กของเรารู้จักคุณค่าของสิ่งของ-jfj HS)
      
       Checklist 3 Play & Learn
      
       "คุณมีเวลาร่วมเล่น และเรียนรู้ไปพร้อม ๆ ลูกหรือไม่"
      
       อย่าเพิ่งวางใจว่า การจัดเตรียมยุทโธปกรณ์ไว้พร้อมสรรพ แล้วเจ้าหนูจะพร้อมกระโจนเข้าสู่สนามเรียนรู้แบบลุยเดี่ยว เพราะถ้าคุณจัดเวลามาขลุกอยู่กับลูกในยามเล่น คุณจะเห็นพัฒนาการของเขา เช่น การแก้ปัญหา การควบคุมอารมณ์ จินตนาการอันบรรเจิด แล้วคุณยังได้คอยสังเกตศักยภาพของลูกว่า ด้านไหนที่เพิ่มพูนขึ้น หรือด้านไหนที่คุณสามารถช่วยส่งเสริมได้ อาทิ ช่วยเจ้าหนูวิเคราะห์ผลการทดลองวิทยาศาสตร์เพื่อจดบันทึกเป็นแฟ้มสะสมผลงาน
ขอบคุณภาพจาก viewcare.co.uk/NannyCamx.asp
       Checklist 4 Participate
     
       "คุณมีเวลาส่วนร่วมกับประสบการณ์ต่าง ๆ ที่ลูกพบ ทั้งดีใจ สมหวัง ผิดหวังหรือไม่"
      
       เพราะมีสถานการณ์มากมายที่อาจส่งผลต่อจิตใจของเจ้าหนู ซึ่งเจ้าหนูอาจร้องไห้เพราะถูกมดกัดตอนไปเฝ้าสังเกตเจ้ามดยามเดินขบวนขน เสบียงอาหาร ดังนั้น กำลังใจจากคุณจะทำให้ลูกรู้สึกอบอุ่น กล้าที่จะเล่น และเรียนรู้โดยไม่หวาดหวั่นต่อความผิดหวัง รวมทั้งได้ซึมซับบรรยากาศสนุกสนานร่วมกันอีกด้วย (มันสะท้อนได้ดีสำหรับความรู้สึกเด็กๆ ว่าพ่อแม่เอาใจใส่พวเเค้ามากน้อยแค่ไหน แม้บางเรื่องคุณพ่อแม่อาจมองเป็นเรื่องงี่เง่าก็เถอะ ไม่เสียเวลา หากคุณเคยเป็นเด็ก-jfj HS)
      
       Checklist 5 Prevent
      
       "คุณตระหนักรู้ถึงภัยต่าง ๆ ในสังคมทุกวันนี้ และพร้อมปกป้องลูกจากสิ่งยั่วยุต่าง ๆ หรือไม่"
      
       ของเล่นอันตราย เครื่องเล่นไม่ปลอดภัย สื่อมอมเมา ภัยธรรมชาติ หรืออุบัติเหตุต่าง ๆ สิ่งเหล่านี้อาจทำให้คุณหวั่นใจเมื่อเจ้าตัวเล็กต้องก้าวเข้าไปเรียนรู้โลก ภายนอก แต่อย่าให้อะไรเป็นอุปสรรคขัดขวางหนทางพัฒนาศักยภาพของลูกเลยครับ เพราะเราเชื่อมั่นว่าด้วยความรักของคุณพ่อคุณแม่ ย่อมคัดกรองสิ่งดี ๆ ให้ลูกอย่างครบถ้วน และอ้อมกอดแห่งความผูกพันจะเป็นเกราะกำบังให้เจ้าตัวเล็กพ้นจากอันตรายต่าง ๆ ที่ลูกอาจต้องเผชิญในอนาคต
      
       ทั้ง 5P ที่กล่าวมานี้ คุณเป็นพ่อแม่ที่ใช้มัน หรือสูญเสียมันไป ถ้อยคำดังกล่าว คือถ้อยคำสั้น ๆ ที่ชวนให้คุณในฐานะพ่อแม่ยุคใหม่ตระหนักถึงความสำคัญในการพัฒนาศักยภาพของ ลูก เพื่อสร้างรากฐานความแข่งแกร่งของสมอง เมื่อวงจรสมองของเจ้าหนูได้รับการกระตุ้นผ่านการเรียนรู้อย่างสม่ำเสมอ ถึงแม้ศตวรรษที่ 21 โลกจะผันแปรไปในทิศทางใด นักเรียนรู้ยุคใหม่จะต้องรู้เท่าทัน และพร้อมปรับตัวต่อทุกความเปลี่ยนแปลงอย่างชาญฉลาด

"พ่อธีร์" แชร์เทคนิคสอนลูก "เก่งเลข" ง่ายนิดเดียว

ปฏิเสธ ไม่ได้ว่า เด็กไทยส่วนใหญ่กับวิชาคณิตศาสตร์ ยังคงเป็นทางคู่ขนานที่หาทางบรรจบกันได้ยาก สาเหตุหนึ่งเกิดจากทัศนคติที่ว่า คณิตศาสตร์เป็นเรื่องซับซ้อน เข้าใจยาก น่าเบื่อ และไม่สนุก แต่หากพ่อแม่ได้อ่านสิ่งที่ทีมงาน Life and Family นำเสนอต่อไป เชื่อว่าเด็กกับตัวเลขจะค่อย ๆ เขยิบเข้าหากันไม่มากก็น้อย
      
       บอกเล่าได้จาก พ่อธีร์ ปัณณธีร์ ผู้เขียนหนังสือ "คณิตศาสตร์เรื่องง่าย สอนได้ก่อนอนุบาล" เรื่องดังจากเว็บบอร์ดรักลูกที่มีพ่อแม่เข้าไปอ่านเกือบ 200,000 ครั้ง จนนำมาทดลองสอนลูกวัยก่อน 2 ขวบ พบว่า ลูกเก่งเลขจริงอย่างน่าอัศจรรย์
      
       โดยพ่อธีร์ เผยหลักการว่า การสอนให้เด็กเข้าใจ และสนุกกับตัวเลข โดยเฉพาะเด็กก่อนวัยเรียน ถือเป็นหน้าที่สำคัญของพ่อแม่ที่ต้องสอนลูกให้เห็นมากกว่าคิด เพราะการจะทำให้เด็กชอบเลข จินตนาการต้องมาก่อนการเรียนรู้ ซึ่งการสอนในเด็กเล็ก พ่อธีร์แนะว่า ควรเริ่มจากให้เด็กรู้จักสัญลักษณ์ของตัวเลข สอนให้นับ 1-10 สอนให้รู้จักจำนวน สอนเขียนตัวเลขโดยไม่จับดินสอ แต่ใช้นิ้วชี้ลากไปตามตัวเลข แล้วค่อย ๆ เพิ่มความซับซ้อนของเนื้อหาตามความสามารถในการเรียนรู้ของเด็ก
      
       "การเรียนคณิตศาสตร์ของเด็ก ต้องมีมิติให้เด็กได้ใช้จินตนาการ การที่เด็กคนหนึ่งจะเก่งคณิตศาสตร์ไม่ใช่เด็กที่ตอบได้ว่า 3+4 เท่ากับ 7 แต่เด็กที่เก่งได้ต้องเห็นธรรมชาติ ถ้าจินตนาการไม่มา การเรียนรู้ก็เกิดได้ยาก" พ่อธีร์กล่าว
      
       พื้นฐานกิจกรรม 4 อย่าง ฝึกลูกสนุกเลข
      
       ดังนั้นจึงสอดรับกับ 4 กิจกรรมพื้นฐานที่พ่อธีร์ออกแบบไว้สำหรับพ่อแม่เพื่อนำไปใช้กับลูกที่บ้าน ง่าย ๆ โดยมีรายละเอียดของกิจกรรมดังต่อไปนี้
      
       1. ทายลูกปัด
      
       เป็นกิจกรรมที่สอนให้ลูกรู้จักจำนวน การเพิ่มการลด วิธีเล่น หยิบลูกปัด หรืออุปกรณ์อื่น ๆ เช่น กระดุมเม็ดใหญ่ ก้อนกรวดทาสี บล็อกไม้ ออกมาจำนวนไม่เกิน 5 เม็ด กี่ลูกก็ได้ แล้วให้ลูกทายแบบลุ้นสุด ๆ เช่น นี่กี่เม็ดลูก ถ้าลูกตอบถูกให้เก็บแล้วหยิบออกมาใหม่ แต่ถ้าลูกตอบผิด เพียงแค่บอกจำนวนที่ถูกต้องไป แล้วหยิบขึ้นมาใหม่ โดยไม่ต้องสอนให้ลูกนับ โดยวัตถุประสงค์ของการทายลูกปัดเพื่อให้เด็กรู้จักจำนวน และฝึกให้เด็กกวาดสายตามองแล้วตอบได้อย่างรวดเร็ว
      
       "ทำไมถึงสอนแบบนี้ ก็เพราะว่ามันเป็นธรรมชาติ การที่เด็กได้เห็นธรรมชาติ เขาไม่ต้องนับ เช่น ลูกสาวผมเวลาเห็นดอกชบา จะบอกได้เลยว่า ดอกชบาส่วนใหญ่มี 5 กลีบ นั่นเพราะเขาเห็นธรรมชาติ มันอยู่ในจินตนาการของเขา ซึ่งต่างกับเด็กที่เจออะไรก็นับ มันทำให้การเรียนรู้ช้า ดังนั้นพ่อแม่ต้องสอนลูกก่อนวัยเรียนให้เห็น มากกว่าคิด เพราะการคิดเดี๋ยวโรงเรียนเขาสอนให้เอง" คุณพ่อธีร์บอก
ขอบคุณภาพจาก teachildmath.com/wordpress
       2. นับเลขปากเปล่า
      
       เป็นกิจกรรมนับเลขเร็ว หรือจับเวลาให้ลูกนับไม่เกิน 1 นาที เช่น 1-10 เป็นการฝึกความไวของสมองในการนับเลข ถ้าเด็กยังพูดไม่ได้ให้พ่อแม่นับให้ฟังเล่น ๆ ไปก่อน สำหรับเด็กที่พูดได้แล้ว พ่อแม่ควรเล่นกับลูกบ่อย ๆ เช่น นับเดินหน้า นับถอยหลัง หากลูกนับ 1-10 หรือ 10-1 ได้ดีแล้ว ให้ต่อยอดไปเรื่อย ๆ แต่อย่าลืมหัวเราะกับลูกด้วย
      
       3. วางเบี้ย
      
       เป็นกิจกรรมฝึกให้เด็กรู้จักใช้สายตา การมอง และการสัมผัส เพื่อให้เด็กเรียนรู้ตำแหน่งของตัวเลขได้อย่างแม่นยำ
      
       วิธีเล่น
      
       - เด็กเล็ก เริ่มจากเบี้ยแค่ 5 ตัว คือ เลข 1-5 ก่อน
      
       - หยิบเบี้ยเลขใดขึ้นมาก็ได้ แล้ววางในช่วงดังกล่าวบนกระดาน ทำจนครบ 5 ตัว
      
       - วันแรก ๆ คุณพ่อคุณแม่อาจทำให้ลูกดูก่อน ถ้าลูกยังไม่สนใจให้เล่นกันเอง 2 คน ทำท่าทางสนุก ๆ ลูกจะรู้สึกอยากมาเล่นเองภายหลัง
      
       - จำนวนเบี้ย ใช้จำนวนเท่าที่เด็กสามารถวางได้ภายใน 3 นาทีเป็นหลัก เช่น เด็กสามารถวางเบี้ยเลข 1-20 ได้ภายใน 3 นาที ก็เอาเท่านี้ก่อน เมื่อเด็กทำได้ดีขึ้นเหลือไม่เกิน 2 นาที จึงค่อยเพิ่มจำนวนเบี้ย
      
       - เพิ่มจำนวนเบี้ยเป็น 10 20 30 ขึ้นไปตามลำดับจนถึง 100 ตัวในที่สุด
      
       - จดบันทึกเวลา จำนวนเบี้ยที่วาง พัฒนาการ และกุศโลบายล่อหลอกที่ได้ผล
      
       หมายเหตุ กระดานวางเบี้ย 100 ช่อง ยังไม่มีขายตามท้องตลอด จะดัดแปลงจากกระดานโกะก็ได้ พ่อแม่ลูกสามารถช่วยกันทำเองได้ในราคาประหยัด
ขอบคุณภาพจาก www.just-the-facts.us
       4. เขียนเลข
      
       เป็นกิจกรรมฝึกให้ลูกเกิดการรับรู้ที่ดี เพราะประสาทสัมผัสของลูกส่วนใหญ่จะอยู่ที่นิ้วมือ
      
       วิธีเล่น
      
       - ปรินท์ตัวเลข 0-9 ตัวโต ๆ ใส่กระดาษ ทำเป็นบัตรคำ ถ้าเป็นเด็กเล็กกว่า 1 ขวบ ให้ใช้กระดาษขนาด A4
      
       - ชูบัตรคำ อ่านตัวเลขให้ลูกฟัง 1 รอบด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ให้เด็กคิดว่าเป็นการเล่น ซึ่งการอ่านให้ลูกฟัง ไม่ต้องพยายามอธิบาย หรือพยายามสอน แต่พยายามอ่านให้เสร็จเร็วที่สุดก่อนลูกเบื่อ เพราะอย่าลืมว่าเด็กเล็กสมาธิยังไม่ยาวนานมากนัก
      
       - เมื่อเด็กคุ้นเคยกับตัวเลขแล้ว ให้จับลูกนั่งตัก จับมือขวาลูก เอานิ้วชี้ลูกลากไปตามตัวเลข และอ่านให้ฟังระหว่างลากด้วย
      
       - ทำจบ 1 รอบ ถือเป็นอันเสร็จกิจกรรม
      
       - ถ้าลูกสำเสร็จแล้ว ไม่ต้องพยายามหาการบ้านอื่นเพิ่ม หากเด็กยังไม่เบื่อ และอยากทำอีก ลองเปลี่ยนเป็น ระบายสีพี่ตัวเลขก็ได้
      
       - ไม่ต้องกังวลว่าลูกจะเขียนเลข 1-100 ไม่เป็น เมื่อกล้ามเนื้อมือพร้อม เด็กจะเขียนได้ดีเอง เพราะเด็กคุ้นเคยกับตัวเลขอยู่แล้วจากการนับเลขปากเปล่าทุกวัน และมองเห็นตัวเลขบนกระดาน 100 ช่อง
      
       อย่างไรก็ตาม ทั้ง 4 กิจกรรมนี้ พ่อแม่ไม่จำเป็นต้องเก่งเลขก็สอนลูกได้ ที่สำคัญอย่าพยายามทำให้เป็นทฤษฏี พยายามเล่นกับลูกด้วยท่าที และสีหน้า และความรู้สึกที่เหมาะสม โดยใช้เวลาประมาณ 5-10 นาที ที่สำคัญเลิกคาดหวังว่าลูกจะทำได้ ควรเล่นอย่างค่อยเป็นค่อยไป ไม่ควรดุ หรือตำหนิลูก
      
       "ถ้าอยากให้ลูกเก่งเลข พ่อแม่ต้องไม่หวังอะไรเลย ตัดความคาดหวังออกไปให้หมด เพราะถ้าเกิดคุณหวัง ความกดดันจะเกิดกับลูกทันที พวกนี้ล้มเหลวหมด ดังนั้นใช้ความเป็นธรรมชาติในการเล่นกับลูก วันนี้ลูกทำไม่ได้ วันหน้าค่อยว่ากันใหม่ แต่ขอให้ใจเย็น ๆ กระทำจนเป็นวินัย ไม่ต้องเล่น เวลาเล่นกับลูกขอเพียง 15 นาที และเล่นกับเขาให้สนุกก็พอ เพราะถ้าลูกสนุก อะไร ๆ มันก็ง่ายขึ้น" พ่อธีร์เผยเทคนิค
      
       เมื่อเด็กผ่านกิจกรรมทั้ง 4 อย่าง ก็จะเข้าสู่กิจกรรมขั้นต่อไปอย่างเป็นระบบ โดยเป้าหมายของพ่อธีร์จะอยู่ที่ การเขียน Mapping การเล่นโก๊ะ เพื่อฝึกการแพ้-ชนะ และฝึกเชาวน์ปัญญา โดยตัวอย่างเด็กที่ผ่านการฝึกจะเขียน mapping ออกมาได้ประมาณนี้
ผลงาน Mapping ของน้องปริม
       "คณิตศาสตร์ไม่ใช่แค่คิดเลข ไม่ใช่แค่การแก้โจทย์ แต่คณิตศาสตร์คือระบบ และกระบวนการทางความคิดทั้งหมดที่ส่วนใหญ่มักตีความผิดกัน คิดว่า ถ้าเด็กทำโจทย์คณิตศาสตร์ได้ คือ เด็กเก่งเลข ซึ่งมันไม่ถูกต้อง พ่อแม่จำเป็นต้องสร้างกระบวนการทางความคิดให้ลูกด้วยจินตนาการโดยให้เห็น มากกว่าคิด จากนั้นพยายามลบทัศคติในแง่ลบเกี่ยวกับคณิตศาสตร์ออกไป แล้วใช้กิจกรรมพื้นฐาน 4 อย่างที่กล่าวมานี้เล่นกับลูกทุกวัน วันละนิดวันละหน่อย เชื่อว่าคณิตศาสตร์จะเป็นเรื่องง่ายนิดเดียว" พ่อธีร์ทิ้งท้าย
       คัดลอกบทความจาก

       *** หากพ่อแม่ท่านใดมีข้อสงสัย สามารถเข้าไปแลกเปลี่ยนกับพ่อธีร์กันได้ที่ www.Facebook.com/porthee